Anime Expo AX 2011 Day 1-2

posted on 06 Jul 2011 09:57 by seirei in Anime, Etc, Goods, Seiyuu

Anime Expo 2011 July 1-4, 2011

Los Angeles Convention Center (LACC), LA, CA, USA

Photobucket

ก่อนเลื่อนลงไปอ่าน โปรดรับทราบก่อนว่า

- จขบ.ตอนนี้อาศัยอยู่ ณ อเมริกาในรัฐใกล้ๆแคลิฟอร์เนีย นั่งเครื่องบิน 3-4 ชม. ถึงลอสแองเจลลิส (จากนี้จะขอย่อแค่ LA)

- จขบ.ไปงานก่อนหน้านี้มาแล้ว 2 ครั้งในปี 2008 & 2010 ดังนั้นจะไม่เขียนเล่าภาพรวมงานอย่างละเอียดเหมือนช่วงที่ไปครั้งแรก บันทึกและรีพอร์ตงานเก่า โปรดค้นหาในโพสเก่า

- จุดประสงค์การไปงานปีนี้คือ Sawashiro Miyuki, Kalafina และ Morikawa Toshiyuki เลยแทบจะไม่ได้เดินดูงานส่วนอื่นและไม่มุ่งเป้าจะถ่ายรูปคอสเพลย์

- โพสเอนทรี่นี้ทั้งหมดไม่ใช่ “รีพอร์ต” แต่นี่คือ “ไดอารี่” ที่บันทึกเรื่องราวของตัวเองและใส่ความเห็นส่วนตัวและความทรงจำที่มีต่องาน

Photobucket

Overview

Anime Expo คือ anime convention ที่รวมมันทุกอย่างตั้งแต่อนิเม เกม โดจินชิ  คอสเพลย์ J-culture และดนตรี (เน้น anisong) ในงานเดียวและถือว่าเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา สำหรับปีนี้ครบรอบ 20 ปีของงานพอดี จำนวนคนมางานประมาณ 4x,xxx+ คนที่ลงทะเบียน และสี่วันงานจะตกราวๆ 1 แสนคน+

ตัวงานมีหลายส่วน โดยมีมีตติ้งจากทางอุตสาหกรรมอนิเมและเกม, มีตติ้งย่อยโดยแฟนการ์ตูน, ออกร้านขายของ และโปรโมทสินค้า, อีเวนท์จากทางงาน เช่น จัดประกวดคอสเพลย์ ประกวดคลิปอนิเม ประกวดไอด้อล เป็นต้น รวมถึงมีเชิญบุคคลในวงการอนิเมะและเกมมาร่วมเป็นเกสต์ เปิดพาเนลพูดคุยตอบคำถามแฟนๆ และแจกลายเซ็นต์ สำหรับนักร้องหรือวงดนตรีก็จะมีคอนเสิร์ตแยกต่างหาก (ซื้อบัตรแยกจากบัตรงาน)  

ก็ราวๆเนี่ยแหละ ปกติแล้ว เราไปงานนี้ก็ต่อเมื่อมีเกสต์ที่เราอยากเจอและอยากได้ลายเซ็นต์สักครั้งใน ชีวิต ซึ่งก็คือ คนในวงการอนิเมะญี่ปุ่นนั่นเอง (ฮา) ด้วยฟิล์ดของจขบ.นั้นโฮก “เซย์ยู Seiyuu” หรือนักพากย์ เลยเน้นแต่นักพากย์ รองๆลงมาก็คือ นักร้องหรือวงที่ร้องเพลงประกอบอนิเมะที่ชอบ เป็นต้น

Ep.0 Scream/Preparation

http://seirei.exteen.com/20110601/ax2011-ep-0

Ep.1 Day 0 Badge/ticket 

2011.06.30

Los Angeles Convention Center (LACC), CA, USA

วันที่เหนื่อยที่สุดวันหนึ่งงานก็ว่าได้ คือการ “ต่อแถว” รับบัตรเข้างานจากที่ลงทะเบียนออนไลน์ ไม่อยากเชื่อเลยว่า ปีนี้เราออกบินตอน 7 โมงเช้าตามเวลาท้องถิ่น กว่าจะถึง LA ก็ 10-11 am นั่งรถและไปถึง LACC ตั้งแต่ตอน 12.40 pm เที่ยงแดดกำลังดี แต่มีคนไปก่อนหน้าเราแล้วหลายร้อยคน Orz

ป.ล. งานเค้าเปิดรับบัตรตอน 3pm

ยังรู้สึกดีใจที่มีพวกออกบินวันเดียวกันและลากกระเป๋าเดินทางมาเอาบัตรก่อนเข้าเช็คอินโรงแรมเหมือนเรา (ฮา)

ตอนไปถึง แถวยาวประมาณ 200 เมตรและขดไปมา เราอยู่ประมาณแถวที่ 5 ค่อนไปปลายๆก็ตีซะว่าเราอยู่ราวๆ 900-1000 เมตร หากแถวต่อยาวเป็นเส้นตรง ^^”

นี่ขนาดไปเข้าคิวเร็วกว่าปีที่แล้ว TwT ปีนี้ระบบแสกนบาร์ดโค้ดที่ทำให้ทุกอย่างสะดวกรวดเร็วกว่าปีที่แล้ว แต่สุดท้ายกว่าจะได้บัตรทุกอย่าง (รวมบัตรคอนเสิร์ต) ก็ปาเข้าไปแล้วประมาณ 6.30pm Orz ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราไปยืนรอ 6 ชม. เพื่อคาลาฟิน่า โฮกกกกกก~ T//// [ ]/////T)

แต่กลายเป็นว่า ตั๋วคอนเสิร์ตเป็นบัตรยืนหมด!!!! Orz และใครไปก่อนก็เลือกที่ยืนได้ก่อน Orz

ที่ทำมาทั้งหมดข้างบนกลายเป็นไร้ค่า!!!!! Orz <<<< คิดซะว่าได้อารมณ์คอมิเกะอีกแบบ =o=”)

และจากการที่อายุเริ่มมากขึ้น พละกำลังไม่ดีเท่าสมัยยังอายุน้อยกว่านี้ (ฮา) กลับถึงโรงแรมที่พัก….ปวดหลังปวดไหล่ปวดขาปวดเท้า ปวดไปหมด TwT

 ศึกสำคัญใหญ่หลวงในวันรุ่งขึ้นที่จะสตอล์กและเอาลายเซ็นต์ของซาวาชิโระ มิยูกิ (จากนี้จะขอเรียก มิยูกิจี้) และคาลาฟิน่าให้สำเร็จให้ได้!!! XD

Photobucket

แพลมเฟล็ตและ badge เข้างาน จะมีชื่อจริงและชื่อเล่น/ฉายา/นามสมมติ แล้วแต่อยากจะเรียก (ขอถมดำชื่อจริงและไอดีลงทะเบียนไว้) ปกติมางานนี้ เราใช้ชื่อเล่นตลอด เพราะไว้สำหรับเกสต์บางคนจะเขียนชื่อกำกับลายเซ็นต์ของพวกเค้าไว้ เราก็อยากให้เป็นชื่อเราจริงๆ โฮก~~~~

Photobucket
บัตรคอนเสิร์ต Kalafina
 
Photobucket
 
ถุงยังชีพที่ใส่ของแถมอื่นๆ
 
Photobucket
เสื้อยืดของแถมจากสปอนเซอร์ niconico.com ไซส์ใหญ่แบบชาวตะวันตกใส่
 
Photobucket

เสื้อยืดของที่ระลึกของงานมีหลายแบบให้เลือก แต่ชอบอันนี้เลยซื้อไว้ 2 ตัว ใส่กับเก็บ ปีนี้ธีมดูเป็นดอกไม้

Ep.2 Day 1 Panel/Autograph WARS!!!!!

2011.07.01

NO PHOTO

NO PHOTO

NO PHOTO

Ok, no photo........ Orz ก็ได้วะค่ะ!….

Polycies ของทางต้นสังกัดของมิยูกิจี้และคาลาฟิน่า ห้ามถ่ายรูป ห้ามบันทึกวิดิโอ ยกเว้นพวกสื่อ (PRESS) สำหรับพาเนลของคาลาฟิน่า  

เลยไม่มีรูปบรรยากาศในพาเนลและช่วงแจกลายเซ็นต์ให้ดูประกอบ ขออภัยมาณ ที่นี่ ^^”

เริ่มต้นงานวันแรก ที่มีพาเนลใหญ่ๆ 3 ช่วงต่อกัน เริ่มจากคาลาฟิน่า, ต่อมาก็มิยูกิจี้ และก็ มิกุจัง keynote ใครไปหมดทั้งสามนี่แล้วสามารถกลับมาทันได้ลายเซ็นต์คาลาฟิน่าหรือมิยูกิจี้ คนใดคนหนึ่งได้ถือว่าเมพโคตร =[]= เราเลยต้องเลือก เลือกไม่ยากเพราะไม่ใช่แฟนโวลคาลอยด์ เลยตัดอันหลังทิ้งได้เลย (ฮา)

รายละเอียดคร่าวๆสำหรับการเข้าพาเนลของเกสต์และขอลายเซ็นต์ เผื่อ…..ใครอยากมางานนี้ในอนาคต

Panel

-          ถ้าอยากได้นั่งแถวหน้าๆ ควรมาต่อคิวขั้นต่ำ 1 ชม. หากพิจารณาแล้วว่าเกสต์คนนี้โด่งดังมาก เพิ่มเวลาขึ้นตามแต่สถาการณ์

-          ระบบแจกบัตรคิวเพื่อใช้หรือการันตีแถวลายเซ็นต์ของเกสต์ จะเปลี่ยนไปทุกปี แต่หลักๆ คือ คนมีบัตรคิวมีสิทธิ์เหนือกว่าพวกที่ไม่มีบัตร และบัตรนี้จะได้ก็ต่อเมื่อเข้าร่วมพาเนลของเกสต์นั้น

-          Premier package คนที่ซื้อแพ็คเก็ตนี้ ได้สิทธิ์เหนือกว่าบัตรคิวข้างบน จริงๆคือ คนพวกนี้คือ VIP ที่ได้สิทธิ์เหนือกว่านอร์มอลแพ็คเก็ตทุกประการเช่นที่นั่ง, บัตรคอนเสิร์ต เป็นต้น = = เพราะเค้าต้องจ่ายถึง สองร้อยดอลล่าร์ สำหรับแพ็คเก็ตนี้ (คูณเป็นเงินบาทกันเอง)

-          ถ่ายรูปได้หรือไม่ ขึ้นกับต้นสังกัดของเกสต์ว่าจะอนุญาตหรือไม่ (ขอเน้นว่า “ต้นสังกัด”)

Autograph

-          มีอย่างน้อยสองรอบ

-          ท่องไว้ “โคเระ วะ เซนโซ ดะ!” นี่คือ “สงคราม” จงทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ work hard & play hard

-          ไอเท็มที่จะให้เซ็นต์ ควรจะเป็นของที่เกสต์คนนั้นทำงานหรือมีส่วนร่วม หรือไม่งั้นก็เป็นกระดาษแข็งดีๆที่ไว้สำหรับขอลายเซ็นต์โดยเฉพาะ มิควรจะเอา “เศษกระดาษ” และของอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

-          แล้วแต่ “ต้นสังกัด” ว่าจะให้ถ่ายรูป และ จับมือ ได้หรือไม่ แต่มีแนวโน้มว่า ถ้ามีคนต่อแถวเยอะ สตาฟต์งาน AX จะไม่ยอมให้มีแอ็คชั่นเหล่านี้เพราะ “เสียเวลา” แม้จริงๆแล้วต้นสังกัดอนุญาต

-          ไม่มีตั๋วคิวแต่อยากได้ลายเซ็นต์ ควรไปรอล่วงหน้ากี่ชม.? บอกไม่ได้ = =” แล้วแต่ดวงโล้ด! ไปให้เร็วที่สุด! แต่ต้องเผื่อใจไว้มากๆว่าอาจจะ “ไม่ได้”

-          ปีล่าสุด 2011 มีตั๋วแสตนด์บาย ที่ลำดับความสำคัญถัดจากตั๋วที่ได้จากการเข้าฟังพาเนล เรารีบไปเอาตั๋วนี้ล่วงหน้าประมาณ 2 ชม.ก่อนเริ่มแจกลายเซ็นต์ วิธีการนี้ทำให้ประหยัดเวลาเข้าแถวรอได้มาก ไม่เหมือนปีก่อนๆ ที่แฟนๆไปยืนรอกัน 3-4 ชม.ขั้นต่ำสำหรับเซย์ยูดังๆ (เช่นกรณี โฮตจัง โฮริเอะ ยุอิ ปีที่แล้ว แทบจะเกิดจลาจลย่อยๆในงาน)

Kalafina's Panel (NO PHOTO)

ไปยืนต่อแถวรอเข้าพาเนลล่วงหน้าประมาณชม.กว่าๆ จำเวลาที่แน่ชัดไม่ได้ จากตอนแรกคิดว่าคงไม่มีแฟนๆคาลาฟิน่าเยอะมากนัก แต่ผิดคาด เยอะมากอย่างไม่น่าเชื่อ =w= รู้สึกดีใจที่มีพรรคพวกเยอะอยู่ (ฮา)

ในพาเนล คาลาฟิน่ามาในชุดขาว น่ารักทั้งสามคนเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนโปรดของเราน้อง Hikaru ตัวจริงยิ่งน่ารักสุดดๆ XD

รูปเครื่องแต่งกายคาลาฟิน่า จิ้มบล็อกคาลาฟิน่าดูได้ http://blog.oricon.co.jp/kalafina/archive/396/0

ป.ล. จขบ.เป็นสายฮิคารุ

โอเค แฟนๆส่วนใหญ่ของคาลาฟิน่าและเป็นผู้ชายจะสายเคย์โกะ ชอบเคย์โกะกันซะมาก แล้วก็ไม่แปลกใจเพราะอุปนิสัยเคย์โกะดูฮา อารมณ์ดี (และรั่ว) และเอนเตอร์เทนคนเก่ง ใครเห็นใครก็ชอบล่ะ อีกทั้งเคย์โกะไว้ผมและแต่งหน้าขึ้นทำให้ดูน่ารัก  ในพาเนล เคย์โกะเฟรนด์ลี่สุดๆและคอยทำให้บรรยากาศในงานดูไม่เป็นทางการเกินไป คอยเติมพลังให้กับทุกๆคน เคย์โกะยังช่วยถอดไมค์ให้วาคานะและฮิคารุที่พยายามก้มหัวลงไปพูดกับไมค์ที่ ติดอยู่กับแสตนด์แทนที่จะแกะออกมาถือ (ฮา)

รายละเอียดพาเนลเท่าที่จำได้

- ทั้งสามแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษตามสคริปต์ที่เตรียมมา โดยเคย์โกะหยิบออกมาอย่างไม่รู้สึกเคอะเขิน แถมบอกอีกว่าจะขออ่านสคริปท์

- ล่ามแอบเชี่ยว มีพูดเสียงสูงต่ำและท่าทางประกอบเป็นตัวแทนของคาลาฟิน่าสู่แฟนๆ (ซึ่งแบบนี้ดีกว่าคนที่มานั่งแปลว่าเนี่ย พูดแบบนี้แบบนั้น ดูแล้วไร้อารมณ์ ซึ่งล่ามงานปีเก่าๆเป็นแบบหลัง =3=)   

- คาลาฟิน่าทั้งสามมักพูดให้เครติตและยกย่องคาจิอุระ ยูกิ  Kajiura Yuki โปรดิวเซอร์ของพวกเธออย่างเห็นได้ชัด

- ในเรื่องงานเพลง วาคานะชอบดนตรีแนวคลาสิค เครื่องดนตรีที่ชอบคือ ฟลุต จากอิทธิพลเพลงของคาจิอุระซัง

เคย์โกะเป็นแนวร็อคแอนด์โรล เลยชอบกีตาร์ (เคย์โกะทำท่าดีดกีตาร์ประกอบ ฮา)

ฮิคารุ ชอบเครื่องสายอย่างเช่น ไวโอลิน ด้วยอิทธิพลของเพลงคาจิอุระซัง โดยส่วนตัวเธอ เธอมีสกิลเปียโนและดรัม (กลอง) อยู่เล็กน้อย

- เพลงโปรดแต่ละคน คือ ยากที่จะตอบเพราะทุกคนก็รักเพลงที่ตัวเองร้องหมด ทุกเพลงมี inspriration แต่ถ้าจะให้ยกเพลงที่อาจจะมีอิทธิพลหรืออิมแพ็คของแต่ละคนก็เช่น วาคานะ เป็น oblivious ซิงเกิ้ลแรกของคาลาฟิน่าประกอบ Kara no Kyoukai Movie 1 (จากนี้จะขอย่อแค่ รัคเคียว), เคย์โกะเป็น Magia เป็นเพลงที่ทรงพลังและแหวกแนวจากเพลงอื่นๆที่เคยมีมาของคาลาฟิน่า (แหงล่ะ มาโดมากิมัน “แหกแนว” ), ฮิคารุเป็น ARIA  เพราะเป็นซิงเกิ้ลเพลงแรกที่ฮิคารุร้องนำ (lead vocal) ตอนนั้นเธอบอกว่าตอนอัดเสียง เธอประหม่าอย่างมากๆๆๆๆ  (เคย์โกะพยายามใช้ภาษามือและทำท่าทาง “ประหม่า” ของฮิคารุ ให้แฟนๆต่างประเทศเข้าใจ ฮา)

ป.ล. เผื่อบางคนไม่รู้ ฮิคารุเข้าวงคาลาฟิน่าทีหลังโดยเริ่มตั้งแต่ตอนซิงเกิ้ลที่สอง sprinter/ARIA (รัคเคียว 5 และ 4)

- คาลาฟิน่า นอกจากแนวเพลงที่ยูนีคแล้ว ก็ยังยูนีคเรื่องเครื่องแต่งกาย จากพีวีทีผ่านมา คอสตูมนั้นอิมเมจทั้งหลายมากจากโป