Anime Expo คือ anime convention ที่รวมมันทุกอย่างตั้งแต่อนิเม เกม โดจินชิ คอสเพลย์ J-culture และดนตรี (เน้น anisong) ในงานเดียวและถือว่าเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา สำหรับปีนี้ครบรอบ 20 ปีของงานพอดี จำนวนคนมางานประมาณ 4x,xxx+ คนที่ลงทะเบียน และสี่วันงานจะตกราวๆ 1 แสนคน+
ตัวงานมีหลายส่วน โดยมีมีตติ้งจากทางอุตสาหกรรมอนิเมและเกม, มีตติ้งย่อยโดยแฟนการ์ตูน, ออกร้านขายของ และโปรโมทสินค้า, อีเวนท์จากทางงาน เช่น จัดประกวดคอสเพลย์ ประกวดคลิปอนิเม ประกวดไอด้อล เป็นต้น รวมถึงมีเชิญบุคคลในวงการอนิเมะและเกมมาร่วมเป็นเกสต์ เปิดพาเนลพูดคุยตอบคำถามแฟนๆ และแจกลายเซ็นต์ สำหรับนักร้องหรือวงดนตรีก็จะมีคอนเสิร์ตแยกต่างหาก (ซื้อบัตรแยกจากบัตรงาน)
ก็ราวๆเนี่ยแหละ ปกติแล้ว เราไปงานนี้ก็ต่อเมื่อมีเกสต์ที่เราอยากเจอและอยากได้ลายเซ็นต์สักครั้งใน ชีวิต ซึ่งก็คือ คนในวงการอนิเมะญี่ปุ่นนั่นเอง (ฮา) ด้วยฟิล์ดของจขบ.นั้นโฮก “เซย์ยู Seiyuu” หรือนักพากย์ เลยเน้นแต่นักพากย์ รองๆลงมาก็คือ นักร้องหรือวงที่ร้องเพลงประกอบอนิเมะที่ชอบ เป็นต้น
วันที่เหนื่อยที่สุดวันหนึ่งงานก็ว่าได้ คือการ “ต่อแถว” รับบัตรเข้างานจากที่ลงทะเบียนออนไลน์ ไม่อยากเชื่อเลยว่า ปีนี้เราออกบินตอน 7 โมงเช้าตามเวลาท้องถิ่น กว่าจะถึง LA ก็ 10-11 am นั่งรถและไปถึง LACC ตั้งแต่ตอน 12.40 pm เที่ยงแดดกำลังดี แต่มีคนไปก่อนหน้าเราแล้วหลายร้อยคน Orz
ป.ล. งานเค้าเปิดรับบัตรตอน 3pm
ยังรู้สึกดีใจที่มีพวกออกบินวันเดียวกันและลากกระเป๋าเดินทางมาเอาบัตรก่อนเข้าเช็คอินโรงแรมเหมือนเรา (ฮา)
ตอนไปถึง แถวยาวประมาณ 200 เมตรและขดไปมา เราอยู่ประมาณแถวที่ 5 ค่อนไปปลายๆก็ตีซะว่าเราอยู่ราวๆ 900-1000 เมตร หากแถวต่อยาวเป็นเส้นตรง ^^”
นี่ขนาดไปเข้าคิวเร็วกว่าปีที่แล้ว TwT ปีนี้ระบบแสกนบาร์ดโค้ดที่ทำให้ทุกอย่างสะดวกรวดเร็วกว่าปีที่แล้ว แต่สุดท้ายกว่าจะได้บัตรทุกอย่าง (รวมบัตรคอนเสิร์ต) ก็ปาเข้าไปแล้วประมาณ 6.30pm Orz ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราไปยืนรอ 6 ชม. เพื่อคาลาฟิน่า โฮกกกกกก~ T//// [ ]/////T)
แต่กลายเป็นว่า ตั๋วคอนเสิร์ตเป็นบัตรยืนหมด!!!! Orz และใครไปก่อนก็เลือกที่ยืนได้ก่อน Orz
ที่ทำมาทั้งหมดข้างบนกลายเป็นไร้ค่า!!!!! Orz <<<< คิดซะว่าได้อารมณ์คอมิเกะอีกแบบ =o=”)
และจากการที่อายุเริ่มมากขึ้น พละกำลังไม่ดีเท่าสมัยยังอายุน้อยกว่านี้ (ฮา) กลับถึงโรงแรมที่พัก….ปวดหลังปวดไหล่ปวดขาปวดเท้า ปวดไปหมด TwT
ศึกสำคัญใหญ่หลวงในวันรุ่งขึ้นที่จะสตอล์กและเอาลายเซ็นต์ของซาวาชิโระ มิยูกิ (จากนี้จะขอเรียก มิยูกิจี้) และคาลาฟิน่าให้สำเร็จให้ได้!!! XD
แพลมเฟล็ตและ badge เข้างาน จะมีชื่อจริงและชื่อเล่น/ฉายา/นามสมมติ แล้วแต่อยากจะเรียก (ขอถมดำชื่อจริงและไอดีลงทะเบียนไว้) ปกติมางานนี้ เราใช้ชื่อเล่นตลอด เพราะไว้สำหรับเกสต์บางคนจะเขียนชื่อกำกับลายเซ็นต์ของพวกเค้าไว้ เราก็อยากให้เป็นชื่อเราจริงๆ โฮก~~~~
เริ่มต้นงานวันแรก ที่มีพาเนลใหญ่ๆ 3 ช่วงต่อกัน เริ่มจากคาลาฟิน่า, ต่อมาก็มิยูกิจี้ และก็ มิกุจัง keynote ใครไปหมดทั้งสามนี่แล้วสามารถกลับมาทันได้ลายเซ็นต์คาลาฟิน่าหรือมิยูกิจี้ คนใดคนหนึ่งได้ถือว่าเมพโคตร =[]= เราเลยต้องเลือก เลือกไม่ยากเพราะไม่ใช่แฟนโวลคาลอยด์ เลยตัดอันหลังทิ้งได้เลย (ฮา)
Kalafina's Panel (NO PHOTO)
ไปยืนต่อแถวรอเข้าพาเนลล่วงหน้าประมาณชม.กว่าๆ จำเวลาที่แน่ชัดไม่ได้ จากตอนแรกคิดว่าคงไม่มีแฟนๆคาลาฟิน่าเยอะมากนัก แต่ผิดคาด เยอะมากอย่างไม่น่าเชื่อ =w= รู้สึกดีใจที่มีพรรคพวกเยอะอยู่ (ฮา)
ในพาเนล คาลาฟิน่ามาในชุดขาว น่ารักทั้งสามคนเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนโปรดของเราน้อง Hikaru ตัวจริงยิ่งน่ารักสุดดๆ XD
รูปเครื่องแต่งกายคาลาฟิน่า จิ้มบล็อกคาลาฟิน่าดูได้ http://blog.oricon.co.jp/kalafina/archive/396/0
ป.ล. จขบ.เป็นสายฮิคารุ
โอเค แฟนๆส่วนใหญ่ของคาลาฟิน่าและเป็นผู้ชายจะสายเคย์โกะ ชอบเคย์โกะกันซะมาก แล้วก็ไม่แปลกใจเพราะอุปนิสัยเคย์โกะดูฮา อารมณ์ดี (และรั่ว) และเอนเตอร์เทนคนเก่ง ใครเห็นใครก็ชอบล่ะ อีกทั้งเคย์โกะไว้ผมและแต่งหน้าขึ้นทำให้ดูน่ารัก ในพาเนล เคย์โกะเฟรนด์ลี่สุดๆและคอยทำให้บรรยากาศในงานดูไม่เป็นทางการเกินไป คอยเติมพลังให้กับทุกๆคน เคย์โกะยังช่วยถอดไมค์ให้วาคานะและฮิคารุที่พยายามก้มหัวลงไปพูดกับไมค์ที่ ติดอยู่กับแสตนด์แทนที่จะแกะออกมาถือ (ฮา)
รายละเอียดพาเนลเท่าที่จำได้
- ทั้งสามแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษตามสคริปต์ที่เตรียมมา โดยเคย์โกะหยิบออกมาอย่างไม่รู้สึกเคอะเขิน แถมบอกอีกว่าจะขออ่านสคริปท์
- ล่ามแอบเชี่ยว มีพูดเสียงสูงต่ำและท่าทางประกอบเป็นตัวแทนของคาลาฟิน่าสู่แฟนๆ (ซึ่งแบบนี้ดีกว่าคนที่มานั่งแปลว่าเนี่ย พูดแบบนี้แบบนั้น ดูแล้วไร้อารมณ์ ซึ่งล่ามงานปีเก่าๆเป็นแบบหลัง =3=)
- คาลาฟิน่าทั้งสามมักพูดให้เครติตและยกย่องคาจิอุระ ยูกิ Kajiura Yuki โปรดิวเซอร์ของพวกเธออย่างเห็นได้ชัด
- ในเรื่องงานเพลง วาคานะชอบดนตรีแนวคลาสิค เครื่องดนตรีที่ชอบคือ ฟลุต จากอิทธิพลเพลงของคาจิอุระซัง
เคย์โกะเป็นแนวร็อคแอนด์โรล เลยชอบกีตาร์ (เคย์โกะทำท่าดีดกีตาร์ประกอบ ฮา)
ฮิคารุ ชอบเครื่องสายอย่างเช่น ไวโอลิน ด้วยอิทธิพลของเพลงคาจิอุระซัง โดยส่วนตัวเธอ เธอมีสกิลเปียโนและดรัม (กลอง) อยู่เล็กน้อย
- เพลงโปรดแต่ละคน คือ ยากที่จะตอบเพราะทุกคนก็รักเพลงที่ตัวเองร้องหมด ทุกเพลงมี inspriration แต่ถ้าจะให้ยกเพลงที่อาจจะมีอิทธิพลหรืออิมแพ็คของแต่ละคนก็เช่น วาคานะ เป็น oblivious ซิงเกิ้ลแรกของคาลาฟิน่าประกอบ Kara no Kyoukai Movie 1 (จากนี้จะขอย่อแค่ รัคเคียว), เคย์โกะเป็น Magia เป็นเพลงที่ทรงพลังและแหวกแนวจากเพลงอื่นๆที่เคยมีมาของคาลาฟิน่า (แหงล่ะ มาโดมากิมัน “แหกแนว” ), ฮิคารุเป็น ARIA เพราะเป็นซิงเกิ้ลเพลงแรกที่ฮิคารุร้องนำ (lead vocal) ตอนนั้นเธอบอกว่าตอนอัดเสียง เธอประหม่าอย่างมากๆๆๆๆ (เคย์โกะพยายามใช้ภาษามือและทำท่าทาง “ประหม่า” ของฮิคารุ ให้แฟนๆต่างประเทศเข้าใจ ฮา)
ป.ล. เผื่อบางคนไม่รู้ ฮิคารุเข้าวงคาลาฟิน่าทีหลังโดยเริ่มตั้งแต่ตอนซิงเกิ้ลที่สอง sprinter/ARIA (รัคเคียว 5 และ 4)
- คาลาฟิน่า นอกจากแนวเพลงที่ยูนีคแล้ว ก็ยังยูนีคเรื่องเครื่องแต่งกาย จากพีวีทีผ่านมา คอสตูมนั้นอิมเมจทั้งหลายมากจากโปรดิวเซอร์ คาจิอุระ ยูกิ สำหรับวาคานะ ชอบชุดคอสตูมจากสักเพลง (เราจำไม่ได้) ในพีวีนี้เป็นชุดขาวทั้งชุด เธอให้ความรู้สึกว่า สีขาวนี่ล่ะตัวฉัน ของเคย์โกะ พีวี Kagayaku Sora no Sijima ni wa (Kuroshitsuji 2 ED2) เป็นกระโปรงบานลากยาวอย่างไม่เคยใส่มาก่อน ของฮิคารุเราจำไม่ได้
- ถามเป้าหมายของวง (goal) เคย์โกะตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “ไม่มี” (ฮา) วาคานะช่วยเสริมให้ว่า ตอนนี้ไม่มีแต่อยากจะออกทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกตามประเทศต่างๆ ได้พบปะแฟนๆหลากหลาย ให้ทุกคนได้ชมผลงานเพลงของคาลาฟิน่า
- ท้ายงาน วันเกิดฮิคารุพอดีตามเวลาญี่ปุ่น ( 2 July) เลยมีเซอร์ไพรส์ HBD ทุกคนในห้องประชุมร่วมกันร้องเพลงแฮปฮิคารุ ฮิคารุโดนเซอร์ไพร์สขนาดนี้เลยตั้งตัวไม่ติด บอกว่าตัวนี้ยังคงงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ยังไงก็ขอขอบคุณทุกๆคนมากๆ
โดยสรุป วาคานะตอบคำถามเก่งและฉะฉาน เคย์โกะรั่ว (ฮา) ฮิคารุตื่นเต้นจัดจนดูเกร็งๆไปบ้าง แต่ได้เคย์โกะช่วยลดความประหม่าให้ตลอด (ฮา) แต่ถึงงั้น ทำให้จขบ.ยิ่งชอบฮิคารุจังเข้าไปใหญ่ XD ไม่รู้สิ ด้วยว่าฮิคารุอายุน้อยสุดในวง เกิดปี 1987 เป็นคนดูเงียบๆน่ารักน่าเอ็นดู (ดูแล้วน่าแกล้งด้วยล่ะ) แต่เห็นงี้ ตอนร้องเพลงเธอกลายเป็นคนละคนไปเลย เสียงเธอทรงพลังมากอย่างไม่น่าเชื่อ (เช่น เพลง Magia) เป็นคนที่ดูเหมือนไม่เด่นในวงแต่เธอคอยแบ็คอัพ/ซัพพอร์ตเพื่อนร่วมวงจาก เบื้องหลังอยู่เสมอๆ
ข้อสังเกตจากในพาเนล ฐานแฟนเพลงคาลาฟิน่ามี 4 กลุ่มใหญ่
- แฟนเพลงของ Kajiura Yuki
- แฟนอนิเมะ Kara no Kyoukai
- แฟนอนิเมะ Kuroshitsuji (กลุ่มฟุโจวชิเป็นฐาน)
- แฟนอนิเมะ Madoka Magica (อันนี้มากสุด และมีโอตาคุชายเป็นฐาน)
สำหรับเรา คือ 1+2 ชอบมาตั้งแต่สมัยรัคเคียวแล้ว XD สมัยที่วงตอนนั้นยังละอ่อนไม่ดังเท่าไรจนวงนี้ดังด้วยพลานุภาพของศาสดามาโด กะ ทั้งดีใจและเศร้าใจในเวลาเดียวกัน.....ที่เห็นคนในพาเนลทำท่าจะรู้จักแต่ มาเกีย มาเกีย มาเกีย และมาเกีย……
ป.ล. ชอบมาเกียเหมือนกัน =w= (ฮิคารุเป็นลีดวอคัล) แต่!!!! เพลงที่ชอบที่สุดของจขบ.ตลอดกาลของคาลาฟิน่าคือ sprinter จากรัคเคึยว 5
Sawashiro Miyuki's Panel [NO PHOTO]
เสร็จจากพาเนลของคาลาฟิน่า เราก็รีบพุ่งไปห้องจัดพาเนลของมิยูกิจี้ ที่นั่งกลางๆห้องแต่ก็ยังพอเห็นมิยูกิจี้อยู่ XD
คำถามและบรรยากาศพาเนลเท่าที่จำได้
- Danny Choo เป็น MC/Translator ไม่รู้ว่าที่ไทยรู้จักแดนนี่กันมากน้อยแค่ไหน ตานี่เป็นบล็อกเกลอร์ดังในหมู่โอตาคุอินเตอร์ กูเกิ้ลกันเอาเองสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม
- มิยูกิจี้ใส่กิโมโนสีเหลืองอ่อนๆ (จนดูเกือบเป็นสีขาว) และมีลายพาดดำๆ มิยูกิจี้บอกว่า เธอปกติใช้เวลาใส่กิโมโนประมาณครึ่งชั่วโมง
- ตัวจริงก็เหมือนในรูปที่ทุกคนเห็นตามเน็ตและนิตยสาร ตอนนี้ผมยาวเหมือนในรูปที่ลงในสไตรค์วิชอาร์ตบุค 2 หากเพราะกิโมโนทำให้เธอดูเป็นยามาโตะนาเดชิโกะน่ารักขึ้นเป็นกอง XD
- มิยูกิจี้มีสกิลการพูด ฟัง และเข้าใจภาษาอังกฤษอยู่เล็กน้อย แต่ก็พอที่จะแนะนำตัวและพูดทักทายแฟนๆยาวๆได้ด้วยสำเนียงที่ดีกว่าคนญี่ปุ่น ปกติ มากๆๆๆๆๆๆๆ มิยูกิจี้เล่าให้ฟังว่าเรียนภาษาอังกฤษจากตอนมาโฮมเสตย์ที่เพนซิลวาเนียสมัย เด็กๆเป็นเวลาสองสัปดาห์ และเรียนตอนอยู่มหาลัย และพวกภาษาอังกฤษคำสั้นๆง่ายๆ มิยูกิจี้ก็จะพยายามพูด สอดแทรกกับภาษาญี่ปุ่นตลอดพาเนล
- พาเนลเริ่มช้ากว่ากำหนดการ โดยเลทจากตอนช่วงเปิดงาน (ที่เกสต์ทุกคนจะออกโชว์ตัว) เป็นลูกโซ่เรื่อยมา และดูเหมือนมิยูกิจี้จะยังคงมีอาการ Jet lag อยู่
- แดนนี่ชูถามคำถามเรื่อยเปื่อยก่อนเข้าประเด็น เช่น มาถึงนี้วันไหน (วันพุธ 6/29) ก่อนวันงานไปไหนมาบ้าง (ช็อปปิ้งซื้อของฝากเช่น ช็อคโกแลต ครีมเครื่องสำอาง ให้คนอื่น แต่ยังไม่ได้ซื้ออะไรให้ตัวเองเลย (ฮา)
- มิยูกิจี้มีโดนรีเควสพากย์สดบทพูดของเจ๊มาเรีย ในอาราคาวะ เป็นบุญหูสุดขีด XD ที่โดนเจ๊มาเรียล่วงละเมิดทางวาจา (ฮา) มิยูกิจี้ยอมรับว่าบทมาเรียเป็นบทที่ซาดิสต์ที่สุดตั้งแต่พากย์มาแต่บอก อีกว่าตัวจริงเธอไม่ซาดิสต์แบบนั้นนะ (ฮา)
- พากย์สดอื่นๆเท่าที่จำได้และรู้จักคือ
แคมมี่ จาก Street Fighter series (Gyro Drive Smasher อย่างทรงพลัง มิยูกิจี้บอกว่าขอแค่พากย์พอนะ ไม่ต้องทำท่าประกอบ ฮา) ใครไม่เล่นสตรีทไฟท์เตอร์แต่อยากรู้ว่าท่าไจโรไดร์ฟแสมชเชอร์เป็นยังไงก็ เปิดยูทูบ
เบลโบ้ ทายาทของราชาปีศาจ จาก Beelzebub เบลโบ้เป็นแค่เด็กทารก แต่...ยังไงก็คืออนาคตของมาโอ (ราชาปีศาจ) มีเปรียบเทียบเสียงร้องเด็กปกติกับเสียงร้องของเบลโบ้ด้วย และมิยูกิจี้ให้แดนนี่ชู แปลที่เธอพูดรวมถึงต้องทำเสียงร้องของเด็กแบบที่เธอทำให้แฟนๆดู (ฮา) แดนนี่ก็ทำ จนคนทั้งฮอลฮาแตก มิยูกิชม และแดนนี่มันก็แกล้งบอกว่าตัวเองนี่อันที่จริงกำลังแอบสุ่มฝึกเป็นเซย์ยู อยู่
เซลซิล จากดูราราร่า ที่เธอคอมเมนต์ว่าบทนี้แอบยากเพราะตัวละครนี้ไม่มีหัว ต้องคิดหนักว่าควรจะพากย์ออกมายังไงดี
- ในเรื่อง GOSICK มิยูกิจี้ได้บทคุณแม่ ตัวเธอได้ไปศึกษาบททำนองนี้จากการ “เปิดยูทูบ”<<< ยอดเยี่ยม! XD
- ในบรรดาเซย์ยูด้วยกันที่มิยูกิจี้เคยร่วมงานด้วยก็มีหลายคนที่เธอชอบ หากแต่เธอยกซาคาโมโตะ มายะ Sakamoto Maaya ที่พากย์นีโน่ในอาราคาวะขึ้นมาพูด เธอดูเหมือนจะแอบเป็นแฟนเพลงมายะขนาดที่บอกว่า เนี่ยซาคาโมโตะซังเริ่มร้องเพลงและเดบิวตอน 15 ปี เธอก็คอยตามฟังเพลงของซาคาโมโตะซังมาโดยตลอด ในช่วงบันทึกเสียงในอาราคาวะเธอจะพูดคุยปรึกษาเรื่องราวต่างๆกับ ซาคาโมโตะซังซะมาก แล้วก็ยังนับถือซาคาโมโตะซังเหมือนรุ่นพี่ของเธอคนหนึ่ง (ที่แท้ไอด้อลของมิยูกิจี้คือมายะนี่เอง ฮา)
- มีคำถามจากแฟนการ์ตูน Beelzebub ถามพาดพิงถึงโคนิชิ ซัง Konishi Katsuyuki มิยูกิจี้คอมเมนท์ว่าโคนิชิซังเป็นคนดี ใจดี มีช่วงหนึ่งที่ร่วมงานกันบ่อย และออกไปไหนมาไหนด้วยกันจนดูเหมือนคู่รักกันเลยทีเดียว (ฮา)
- มีแฟนคนหนึ่งถามมิยูกิจี้ตรงไปตรงมาว่า
“ได้ยินมาว่าคามิยะซังเป็นคนเฮนไต (ฮา) จริงหรือเปล่าครับ?”
คอมเมนต์ถึงคามิยะ ฮิโรชิ Kamiya Hiroshi (มิยูกิจี้ได้ร่วมงานกับคามิยะ ฮิโรชิมาก่อนอย่าง เซ็ตซึโบเซนเซย์ และบาเกะฯเป็นต้น) มิยูกิจี้หัวเราะชอบใจ ตอบประมาณว่า ไม่รู้จะเรียกว่าเฮนไตดีรึเปล่านะ แต่ถึงบางทีเฮียจะเฮนไตไปบ้างแต่ก็เป็นคนที่จริงใจมากที่สุดคนหนึ่งในวงการ อุตสาหกรรมนักพากย์ญี่ปุ่นเลยทีเดียว และมักจะเป็นคนที่เตรียมพร้อมทำการบ้านกับบทที่ตัวเองพากย์มาเป็นอย่างดี สุดๆ
- บทเดบิวของมิยูกิจี้มาจากเรื่องดิจิการัต ตอนนั้นเธออายุเพียง 13 ปีเท่านั้น
Sawashiro Miyuki Autograph session 1 (NIS1, NO PHOTO)
ช่วงลายเซ็นต์ โชคร้าย ไม่ได้ตั๋วคิวจากทาง AX เลยใช้ทางลัดที่จวบจังหวะจะซื้อ Arakawa under the Bridge season 1 อยู่แล้วและก็ได้ตั๋วคิวลายเซ็นต์มิยูกิจี้แถมมาจากทาง NIS
- ไอเท็มของเราคือ Bake Monogatari BD vol.3 Suruga Monkey เป็นอาร์คของ คันบารุ ซุรุงะ มิยูกิจี้เห็นไอเท็มเราก็พูดขึ้นแปลเป็นไทยได้ว่า “ อ๊ะ ซุรุงะนิ ขอบคุณมากค่ะ ที่ติดตามเรื่องนี้” และเธอก็ขอดูชื่อเราแล้วก็เซ็นต์ด้วยปากกาสีทอง เราก็ขอบคุณพร้อมกับบอกเธอไปแปลเป็นไทยได้ว่า “จะรอติดตามผลงานของซาวาชิโระซังต่อๆไปนะคะ” เธอก็ขอบคุณเรา จากนั้นพวกเราก็เช็คแฮนด์กันและต่างคนต่างบอกลา
XD I can die without any regret!!!!
วันนั้นทั้งวันแทบจะไม่อยากล้างมือเล้ยยยยยยยย โฮกกกกกกกกกก แค่คิดก็ยังรู้สึกถึงความอุ่นและนุ่มนวลของมือเธออยู่ (เว่อร์ไปนั่น ฮา)
สรุปได้ว่า มีความสุขอย่างสุดยอดเลยค่ะ =w= เหมือนฝันไปเลย ฝันเล็กๆที่กลายเป็นจริง XD
ถ้าใครเอากระดาษสำหรับขอลายเซ็นต์โดยเฉพาะไป ก็จะได้ประทับตรา ไม่รู้ว่าภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าอะไร แต่เจ้าสิ่งนี้ สำหรับคนญี่ปุ่นไว้ใช้ประทับตราตอนรับของจากไปรษณีย์ และลงตราในเอกสารสำคัญต่างๆ เป็นต้น
Kalafina Autogragh Session 1 (NO PHOTO)
เราเตรียมปากกาสีเงินไปเอง ได้ไลน์แสตนด์บายคนที่ 77 คือต้องรอพวกที่โชคดีถูกล็อตเตอรี่ได้ตั๋วคิวจากการสุ่มบาร์โค้ดที่ไปเข้า ฟังพาเนลจำนวนหนึ่งได้สิทธิ์เซ็นต์ก่อน ก็รอไปนานอยู่พอสมควร
(ฮิคารุน่าร้าากกกกกกกกกกกก) <<< สครีมโฮกในใจอยู่เป็นระยะๆตอนยิ่งใกล้คิวตัวเอง
ไอเท็มสำหรับคาลาฟิน่ารอบนี้คือ อัลบั้มแรกของคาลาฟิน่าแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น seventh heaven
พอถึงคิว บทพูดจขบ.เป็นแบบนี้สำหรับทั้งสามคน
“คอนนิจิวะ ฮิคารุ/เคย์โกะ/วาคานะ โอเนไงชิมัส (พร้อมโค้งงาม) พลีสยูสดีสเพน” ยื่นปากกาให้ เซ็นต์เสร็จ “thank you”
ได้พบฮิคารุในระยะประชิดขนาดเน้!!!!! XD ตัวจริงน่ารักจริงๆด้วย! จขบ.ใช้สายตา หูและสมองบันทึกภาพและเสียงของฮิคารุตัวเป็นๆ (ตอนพูดทักทายและขอบคุณ) ไว้เรียบร้อย >/// [ ] ///<) ตัวจริงใกล้ๆดูเป็นคนเงียบๆขี้อายยังไงไม่รู้แฮะ ก็น่ารักอยู่ดี XD
ฮิคารุเซ็นต์บนตัวดิจิแพ็คด้านหน้าเสร็จ ต่อไปตาเคย์โกะ เราก็ยื่นปากกาให้ก่อนเคย์โกะจะใช้ปากกาที่ทางงานเตรียมให้ จะเพราะอะไรไม่รู้ล่ะ เราเองก็งงว่าเคย์โกะดูชอบปากกาที่เราเอาไปให้เซ็นต์ แต่เราแกะที่เคย์โกะพูดยุ่นไม่ออก
ต่อไปตาวาคานะ เราก็ยื่นปากกาให้เซ็นต์เหมือนสองคนแรก วาคานะรับไปเซ็นต์ เหมือนกัน ดูชอบปากกาเราอีก (จขบ.ยังงงอยู่ =o=?) วาคานะหันไปคุยกับเคย์โกะที่ดูเออออห่อหมกชอบปากกาเรา เราจับความคร่าวๆที่วาคานะบอกเรา (ภาษายุ่น) ที่ฟังออก ได้แค่ว่า
“ปากกานี่ดีจังเลย น่าอิจฉา” <<< (ที่ทางผู้จัดงานไม่เตรียมปากกาแบบนี้บ้าง?? )
เราอาจจะทำหน้างง จนเธอก็พูดภาษาอังกฤษตบท้ายให้เราว่า “good pen!” พร้อมธัมอัพ ยกนิ้วโป้งขึ้น (ฮา) เราก็ขอบคุณเป็นภาษาอังกฤษไป แล้วก็บอกลากัน
>///// [ ]/////<) URESHIIIIIII DESUUUUUUU!!!!!!
ฝันเล็กๆเป็นจริง ที่ได้พบคาลาฟิน่าตัวเป็นๆ พร้อมลายเซ็นต์บนอัลบั้มโปรดของเรา โฮกกกกกก!!!!
แต่จขบ.ยังคงงงอยู่ต่อไป ^^” ถ้าจะให้เดาจากประสบการณ์ อาจจะเพราะปากกาที่ทางงานให้ เป็นเส้นหัวเล็กเกินไป หรืออาจจะแห้งช้า เซ็นต์ไปลบเลือนได้ง่ายถ้าไม่ทิ้งให้แห้งไว้สักพัก
สรุป เรามีของที่ระลึกอีกชิ้นเพิ่มขึ้น “ปากกาที่คาลาฟิน่าเคยใช้” XD
ทั้งนี้ทั้งนั้น ความงงอันนี้ได้รับคำตอบจากงานวันที่สาม…..โปรดติดตามอ่านต่อไป
ของมิยูกิจี้เป็นสีทอง ของคาลาฟิน่าเป็นสีเงิน เข้ากันอย่างบอกไม่ถูก XD
=3= เรื่องน่าหงุดหงิดระหว่างต่อแถว มีคนซื้อโฟโต้บุคที่เป็น spring tour 2011 ที่วางขายอยู่ด้านหน้าคิวไลน์เข้าแถว ตาคนเนี่ยเผอิญอยุ่คิวหน้าเราไปสองคน เราเลยเห็นและได้ยิน ตาเนี่ย เปิดดูข้างในที่ทั้งสามอยู่ในชุดพีวีมาเกีย แล้วสับสนว่าใครเป็นใคร ดูเหมือนรู้จักแต่เคย์โกะคนเดียว แต่พอดูตัวจริงยังไม่แน่ใจว่าใช่รึเปล่า
(p.s. คอสตูมเพลงมาเกียจะดาร์คและการแต่งหน้าทำผมที่จะเปลี่ยนลุคปกติของแต่ละคนไป)
ตานี่เลยถามคนข้างหน้ามันว่าเคย์โกะอยู่ไหน และแถมถามชื่อสมาชิกคนที่เหลือในรูป (ซึ่งคือ วาคานะ และฮิคารุ) ไอ้คนตอบก็ดันรู้จักแต่ฮิคารุ สรุป ไอ้สองตัวนี่ไม่รู้จักวาคานะ !? ไอ้เราจะเสนอหน้าไปด่าก็กระไรอยู่ = =” แต่เห็นแล้วมันหงุเดหงิด คนเพวกนี้สมควรแล้วหรือแก่ลายเซ็นต์ในขณะที่ยังมีแฟนเพลงอย่างจริงจังอีก จำนวนหนึ่งที่ไม่มีโอากาสที่ดีอันนี้ คิดแล้วมันน่าเสียดายแทน = =”
Micellaneous 1
วันแรกหมดแรงไปแล้วกับการต่อแถว ต่อแถว และต่อแถว แต่ก็นับว่าผลงานวันนี้น่าพอใจอยู่ที่ได้ทุกอย่างตามเป้า ยกเว้นแต่ลายเซ็นต์ซาวาชิโระ มิยูกิ ที่ได้ 1 จากที่ตั้งเป้า 2 (แบบว่าโลภ ฮา)
ไว้ลุยใหม่ วันที่ 2!
อื่นๆ ในงานวันแรก

Toyota Corolla รุ่นมิกุ จากบูธโตโยต้า มานำเสนอในรูปแบบของ "itasha" มีสองสี



อีกสีนึง กลายเป็นอีกลายนึงแนวโลลิน่ารัก



ที่บูธโตโยต้า มีแบบสอบถามให้ทำเพื่อเอาไปแลกโปสเตอร์มิกุอย่างใหญ่และน่ารัก =w=)
งานวันอื่นๆ โปสเตอร์ลายเปลี่ยนไป ขอลัดคิวมาลงตรงนี้เลย

อันนี้ของวันที่ 3...........ทำไมมัน.......มิกุโกคิ.....

ความเหมือนที่แตกต่าง มิกุโลลิ กับ มิกุโกคิ.....
พริตตี้ของบูธโตโยต้าคอสมิกุ XD เนื่องจากมีมิกุของโตโยต้าหลายคน แต่คนนี้แจ่มสุดแล้ว!
Ep. 3 Day 2 Concert!!!!!
2011.07.02
วันนี้เป็นวันสำหรับคอนเสิร์ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนเสิร์ตของมิกุจัง แต่เราไม่ได้ตั๋ว TwT และไม่ได้ชอบขนาดจะยอมซื้อตั๋วโก่งราคา $200-300 (จากราคาปกติ $15-20)
เป้าหมายวันนี้ คอนเสิร์ตคาลาฟิน่าและลายเซ็นต์ซาวาชิโระ มิยูกิ (อีกรอบน่า!)
วันนี้ไปงานเช้ามากเพื่อจะรีบไปเข้าคิวเอาลายเซ็นต์มิยูกิจี้อีกรอบ แต่สุดท้ายรอไปจนจะหมดเวลา โดนตัดแถว Orz ถ้าไม่มีไอ้ตั๋วล็อตเตอรี่ในพาเนลล่ะก็ ป่านนี้ก็คงได้อย่างสบายๆแล้ว
ระหว่างนั้นราวๆ 11 โมง ที่เราอยู่แถวหน้าตึกงานฝั่งใต้ จู่ๆคนก็แห่กันออกนอกฮอลมากจนผิดสังเกต ฟังที่คนเดินไปเดินมาแถวนั้นพูด ประมาณว่ามีวัตถุต้องสงสัยที่ไม่แน่ใจว่าระเบิดรึเปล่าเลยให้อพยพคนออกมา ก่อน <<< ได้ยินประกาศหาเจ้าของมาตั้งแต่ช่วงสิบโมงกว่าๆแล้ว
แดดร้อน คนเยอะ ตำรวจกู้ระเบิดจาก LAPD Los Angeles ก็มาดู
แต่สุดท้าย ผ่านไปเกือบชม. ของนั้นกลายเป็นสิ่งของสัมภาระของพวกคนจรจัดแทน =3="
ป.ล. เป็นปกติของทางอเมริกาที่จะมีคนจรจัดเป็นจำนวนมากอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ (ขนาดเมืองเล็กๆที่เราอยู่ยังมี แต่น้อยจนไม่น่ากลัว) ในย่านตัวเมืองของลอสแองเจลลีสถึงกับต้องมีตำรวจคอยยืนตามตึกอยู่ทุกๆ 2-3 บล็อกถนน
พอทุกอย่างคลี่คลาย ทุกคนก็ทยอยกลับเข้างานใหม่
Sawashiro Miyuki Autograph seesion 3 (NIS2, NO PHOTO)
เนื่องจากพลาดรอบลายเซ็นต์ของ AX ซึ่งฟรี (แต่อาศัยดวงอย่างสุดๆ) แต่ของ NIS ไม่ฟรี เพราะแกมบังคับซื้อของเอาตั๋วคิว ก็ยอมไปอย่างมืด เบิ้ลอาราคาวะมาบูชาอีกชุด TwT <<< เสพย์หนึ่ง เก็บหนึ่ง (แต่ไม่มีสำรองหนึ่ง ฮา)
เพรีนน์ซังงงงงงง!!! XD
เหตุการณ์นี้จะจำมิรู้ลืม เรื่องมีว่า สตาฟต์ให้เขียนชื่อตัวเองลงกระดาษให้มิยูกิจี้ดูแล้วจะได้เขียนชื่อไปกับลาย เซ็นต์บนไอเท็มนั้นๆได้ จขบ.ไม่ได้เขียนแค่ชื่อเท่านั้นแต่แถมข้อความฝากถึงมิยูกิจี้ที่แปลเป็นไทย ทำนองว่า ชอบเพรีนน์ซังมากๆเลย จะคอยติดตามผลงานและซัพพอร์ตมิยูกิซังตลอดไป (ว่าไปนั่น แต่เขียนไปแว้ววววว ลบไม่ด้ายยยย >////<) Gambutte! (พยายามเข้านะคะ)
แล้ว ไอ้คุณสตาฟต์หรือผู้จัดการไม่รู้ยืนคุมมิยูกิจี้อยู่ข้างๆ ก็ดู (อ่าน) แล้วก็บอกข้อความนั้นให้มิยูกิจี้รู้
กว๊ากกกกกกกก!!!! กรูไม่ได้ให้มึงอ่านนนน กรูจะให้มิยูกิจี้อ่านคนเดียววววว! Orz
ตอนนั้นเขินสุดขีดจนทำอะไรไม่ถูก ในหัวว่างเปล่าไปหมด แต่ทว่า มิยูกิจี้ก็ยิ้มและขอบคุณเรา
โฮฮฮฮฮฮฮฮ!!! เขินนนนนนนนนนน!!! ไม่น่าเลยตรู!!!! =////=”)
โอเค จะพยายามบรรยายสภาพจิตใจของเรา ณ ขณะนั้น ทั้ง เขิน อาย ตื่นเต้น ประหม่า ทำไรไม่ถูก Orz พยายามแก้เขิน เรียกมิยูกิจี้เป็นเพรีนน์ซัง LOL (หรือจะยิ่งน่าอายเข้าไปกันใหญ่!!!) ตอนมิยูกิจี้ยื่นบลูเรย์และบุคเล็ตที่เซ็นต์แล้วคืน เราแทบจะรับไว้ไม่อยู่ เพราะมือสั่น หัวว่างเปล่าหมด Orz
มิยูกิจี้ไนซ์มากกกกกกกกก!!!!!! เธอวางปากกาแล้วยืนขึ้น ใช้สองมือเธอกุมมือเราอย่างแน่นช่วยแล้วพูดอย่างอารมณ์ดี “Thank you Arigatou” จนเรากลับมาได้สติ เราเลยใช้มือทั้งสองข้างกุมและเขย่ามือเธออย่างแรง LOL (ว้ากกกกก!! ทำอะไรลงไป๊!!!!) พูดตะกุกตะกักว่า HONTOU ni……HONTOU ni ARIGATOU!!!!! แล้วก็รีบพุ่งออกจากบูธ NIS อย่างว่องแบบว่าไม่งั้นอีกนิดจะร้องไห้ด้วยความดีใจออกมาแล้ว >//// [ ]/////<)
แล้วก็แอบน้ำตาซึมจริงๆ TAT”) เมื่อพบว่าตัวเองลืมตั๋วคอนเสิร์ตคาลาฟิน่าไว้ที่โรงแรม! Orz
เสียเวลากลับมาโรงแรม เอาตั๋วคอนเสิร์ตแล้วกลับไปงานอีกรอบ ใกล้ช่วงไลน์แถวเข้า Club Nokia เลยพุ่งไปที่นั้นเลย
Kalafina first LIVE CONCERT @ LA (NO PHOTO, NO RECORDING)

จขบ.ใส่เสื้อยืด Kalafina Live Spring tour 2011 ถึงหน้าคลับราวๆสี่โมง เช่นเคย มีคนไวกว่าเราไปต่อแถวก่อนอยู่แล้วร่วมยี่สิบกว่าคน ช่วงนี้มีถ่ายวีดีโอบรรยากาศแฟนๆ ที่มารอเข้าแถว <<< ไม่แน่ อาจจะได้ลงเป็นดีวีดีโบนัสในอัลบั้มถัดไปของคาลาฟิน่าก็ได้ (ฮา)
คลับโนเกีย ตั๋วปกติคือตั๋วยืน เรายืนอยู่ประมาณแถว 3-4 ตรงกลาง แบบว่าเห็นคาลาฟิน่าทั้งสามตั้งแต่หัวจรดเท้าทั้งตัวอย่างชัด XD แต่จะเห็นเคย์โกะกับวาคานะชัดกว่าทางฮิคารุเพราะมีแก๊งคนจีนตัวสูงบังอยู่ ต้องขยับตามช่องว่างเป็นบางครั้งเพื่อให้เห็นฮิคารุอย่างชัดๆ
คอสตูมของคาลาฟิน่าทั้งสาม เป็นขาวดำแนวปกติและมีโบระบายสีน้ำเงินด้านข้าง จะพยายามลองหาดูในพีวีต่างๆเผื่อเป็นชุดในพีวีใดพีวีหนึ่งแล้วจะมาบอกให้ ทราบวันหลัง ^^”
Stage
Hikaru Keiko Wakana
------------------------------------------------
Front row
2nd
3rd
4th x เราอยู่ราวๆนี้
5th
…..etc
ไล่ลำดับต่อไปไม่รู้อีกกี่แถว
List เพลง
Lacrimosa (Kuroshitsuji ED2)
Kagayaku Sora no Sijima ni wa (Kuroshitsuji 2 ED2)
--MC-- แนะนำตัว
storia (Red Moon album)
Fairy Tale (Rakkyou 6) <<< Favorite!
Oblivious (Rakkyou 1) <<< Favorite!
--MC-- ยาว
Magia (Madoga Magica ED) <<< Favorite!
sprinter (Rakkyou 5) <<< Favorite!!!!!!!!!!!!!!!!! XD
Kyrie (Red Moon ablum)
Ongaku (Seventh Heaven album)
--MC-- ปิดท้าย
I have a dream (Eve no Jikan's theme song) << last song
Hikari no Senritsu (So Ra No Wo To OP) <<< likely encore & also Favorite!
รวมแล้วคอนเสิร์ตสั้น ชม.กว่าเท่านั้น เพลงที่เลือกมาล้วนเป็นเพลงดังคุ้นหูแฟนอนิเมะเรื่องนั้นๆอยู่แล้ว ระบบเครื่องเสียงในคลับโนเกียไม่ค่อยดีเท่าไร เสียงดนตรีดังเกินไปจนเสียงนักร้องฟังดูเบาไป แถมยังมีเสียง noise จากลำโพงเป็นระยะๆ ถ้าได้ที่จัดคอนเสิร์ตที่อื่นจะดีกว่านี้ อย่างไรก็ดี ฟังแบบไลฟ์ยังไงมันก็สุดยอดอยู่ดี XD
ฮิคารุเขียนบล็อกหลังไลฟ์คอนเสิร์ตไว้ ใครสนใจจิ้มไปดูได้ มีภาษาอังกฤษอยู่บ้าง และมีรูปฮิคารุถือเค้กวันเกิดอยู่ (วันคอนเสิร์ตคือวันที่ 2 กรกฏาคม ที่เป็นวันคล้ายวันเกิดของฮิคารุ)
http://blog.oricon.co.jp/kalafina/archive/398/0
เรื่องเล่า
- น้ำใจโอตาคุเมกันและโอตาคุจีนต่อเด็กผู้หญิงที่แต่งคอสมา เธอตัวเล็ก (น่าจะสูงเพียง 150-155cm) พวกนี้เลยแบ่งที่แถวหน้าสุดให้เด็กคนนี้ไปพลางบอกว่าเดี๋ยวกลัวว่าตอนเชียร์ คอนเสิร์ต ศอกหรือมือจะโดนเธอคนนี้เข้า (ก็จริงของเค้า)
- MC ของคาลาฟิน่าฮาได้อีก XD ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอบคุณเคย์โกะเจ้าเดิมที่ช่วยเอนเตอร์เทนแฟนๆทำให้ บรรยากาศสนุกสนานชื่นมื่น เคย์โกะบางทีทำอาชีพเสริมเป็นตลกมันไซได้สบาย โดยเคย์โกะเป็น boke ส่วนวาคานะเป็น tsukkomi (ฮา)
- เคย์โกะพยายามพูดภาษาอังกฤษให้ออกแนวเฮฮา (พร้อมท่าทางประกอบ) สร้างความชอบใจให้ผู้ชม
- คาลาฟิน่าทั้งสามมีสคริปต์พูดภาษาอังกฤษ ถ้าเวลาไหนพูดญี่ปุ่น บางทีก็จะพยายามใส่ภาษาอังกฤษ (ในสคริปต์ที่เตรียมมา) ให้ และมีบอกชื่อเพลง ให้ (ทุกๆ 2-3 เพลงหลังจากร้องไปแล้ว)
- MC ยาว ก่อนขึ้นเพลงมาเกีย เคย์โกะหาประโยคภาษาอังกฤษที่จะต้องพูดไม่เจอ ฮิคารุเลยเดินไปใกล้ๆ ชี้บอกบนสคริปต์ในมือเคย์โกะ เคย์โกะอ่านทีละคำตามที่ฮิคารุชี้ จนจบ แฟนๆพากันชอบใจใหญ่ (ฮา) <<< เคย์โกะจะแอร์เฮดไปไหน!?
- คาลาฟิน่าไปแอลเเอดิสนีย์แลนด์มา และมีแพลนว่าอยากไปเดินหาด Santa Monica ที่เห็นคนที่นี่ว่ากันว่าสวย (ไม่เคยไป แต่ไม่คิดว่าหาดแคลิฟอร์เนียจะสวยเท่าหาดเมืองไทย)
- สำเนียงอังกฤษวาคานะดีสุด แต่สำเนียงฮิคารุฟังดูเป็นภาษาพูดและลื่นไหนกว่าของวาคานะ ส่วนเคย์โกะ….. ฝึกอีกเยอะหน่อย ^^”) <<< จริงๆ ปล่อยให้เป็นแบบนี้ก็ได้นะ จะได้ฟังภาษาอังกฤษฮาๆของเคย์โกะอีกตราบนานเท่านาน ฮา
- ฮิคารุของเราน่ารักเช่นเคย XD และน่ารักมากกว่าปกติเมื่อร้องเพลงบนเวที จขบ.แทบจะละลายลงไปเป็นก้อนเวลาถึงเพลงที่ฮิคารุเป็นลีดวอคัล XD ตอนฮิคารุมูฟมาประชิดใกล้แฟนๆแถวหน้าตรงกลาง เราได้มีโอกาสมองหน้าฮิคารุตรงๆ ที่ขณะนั้นฮิคารุกำลังยิ้มหวานสุดขีดหันมาทางเรา รอยยิ้มแบบที่ตอนช่วงเอาลายเซ็นต์เธอยังไม่ยิ้มขนาดนี้เลย โฮกกกกก!!!! เหมือนโดนซุบเปอร์คอมโบฮิต >///// [ ]/////<)
- เคย์โกะน่ารักเป็นปกติอยู่แล้ว ตามสไตล์ของเคย์โกะ มีอย่างหนึ่งที่เราชอบเคย์โกะมาตั้งแต่สมัยก่อนเป็นวงคาลาฟิน่า นั่นคือ สกิลร้องเพลงหน้ายิ้ม ที่ทั้งยิ้มและร้องเพลงในเวลาเดียวกันได้!
- วาคานะยังคงสไตล์รัดผมเปิดหน้าผากเช่นเคย จนเรากลัวว่าเธอจะเถิกไปได้มากกว่านี้ ^^”
หลังคอนเสิร์ต หมดแรง เสียงหาย เหนื่อย กลับโรงแรมไปกินบะหมี่ถ้วยซื้อจากเซเว่นใกล้ๆ TwT
เพื่อนแท้ในยามแกลบ ต้อง instant noodle! ทว่ารสชาติสู้มาม่าหรือไวไวบ้านเราไม่ได้เลย Orz
TO BE CONTINUED..... Ep. 4 Day 3
--------------------------------------------------------------------------
Atogaki

โฟโต้บุคไลฟ์ที่ผ่านมาของคาลาฟิน่า มีขายในงานเลยซื้อมาเป็นที่ระลึก

ตัวอย่างข้างใน

วาคานะชุดพีวี Magia จะบอกว่าชอบผมทรงนี้ชอบชุดนี้ของวาคานะ XD วาคานะชุดนี้สวยเจิดจ้ามากมาย

พีวีนี้ทำให้เห็นฮิคารุแบบที่ไม่เคยมาก่อน ฮิคารุอย่างเท่ XD

ภาพนี้ ตอนเห็นครั้งแรกเผลอจิ้นวายไป 3 วิ!!! >////<)/ (ฮา)

ถุงพลาสติคแจกฟรีที่บูธ aniplex ที่ได้ลิขสิทธิ์อนิเมะเรื่อง Ao no Exocist (Blue Exocist) และ Madoka Magica
สำหรับของมาโดกะ เราเข้าไปสอบถามคนทางอนิเพลกซ์ ดูเหมือนว่าจะเริ่มออกขายปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าที่เมกา ลายละเอียดอยู่ในระหว่างแพลนอยุ๋ว่าจะออกบ็อกเซตหรือจะแยกขายทีละแผ่นเหมือน ทางญี่ปุ่น
ที่แน่ๆ ขอให้ออกก่อนเรากลับไทยทีเหอะ TwT

อาราคาวะภาคแรกแบบลิขสิทธิ์ของทางเมกา โดย NIS

แพ็คเก็ตเป็น BD/DVD combo พร้อมบุคเล็ตที่ทำเป็นเล่มปกแข็งลงรายเอียดตัวละครพร้อมข้อความจากทางเซย์ยู ซังและทีมงานอนิเมชั่น สำหรับคนที่ซื้อในงานและพรีออกเดอร์จากทางเวป จะได้หน้ากากผู้ใหญ่บ้านเป็นของแถม
ป.ล. สำหรับคนไทยในต่างแดนและไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่ที่มีไทยทาวน์ เมื่ออยู่ไกลบ้านนานๆ จะโหยหาอาหารไทย มากเป็นพิเศษ
gokigenyou.